Youtube Premium & Youtube Music

ขึ้นชื่อว่า Youtube หลายๆคน หรือแทบจะทุกคนที่ใช้งานคอมพิวเตอร์เป็น (99%) น่าจะรู้จักเป็นอย่างดี ต้องรู้แหละ เป็นเวบเพื่อที่จะมีไว้ฟังเพลงจากศิลปิน และดู MV เป็นหลัก หลายๆคนก็สร้างรายได้ สร้างเนื้อสร้างตัวร่ำรวยจาก Youtube นี้ (Youtuber) แต่วันนี้เราไม่ได้จะมาพูดถึงเรื่องนี้ เราจะนำคุณมารู้จัก Youtube Premium มันแตกต่างจาก Youtube ธรรมดาเยี่ยงไร มามามา ผมจะฝอยให้ฟัง

Youtube Premium นั้นเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 พ.ย. 2562 (1 ปีล่วงมาแล้ว) นอกจาก Youtube Premium แล้ว ยังพ่วงแอปไว้สำหรับฟังเพลง สตรีมมิ่งเพลงอย่าง  Youtube Music มาด้วย คือก่อนหน้านี้มันถูกเปิดตัวมาก่อนแล้วในต่างประเทศ ซึ่งเพิ่งจะเข้าพี่ไทย เมื่อปีที่แล้ว 

Youtube Music เป็นแอปสตรีมมิ่งเพลง เช่นเดียวกับพวก JOOX Music , Spotify , Apple Music อะไรพวกนี้ ทำออกมาทีหลังมีจุดด้อยจุดเด่นที่แตกต่างจากแอปที่กล่าวมา แต่จุดเด่นอยู่ที่ใช้ง่าย หาเพลงง่าย แล้วยังสามารถดึงจากเพลย์ลิสต์ของตัวเราเองที่เคยสร้างไว้จาก Youtube นำมาเล่น แล้วยังมีฟังก์ชั่น Mix เพลงอัตโนมัติ คือ AI ของระบบจะคัดสรรเพลงที่เราฟัง แล้ววิเคราะห์การฟังเพลงของเราว่าเราฟังเพลงแนวไหน แล้วจะกลั่นกรอง คัดสรรห์บทเพลงแนวนั้นหรือใกล้เคียงนำมาให้เราฟัง (อันนี้ชอบมากๆ) คล้ายๆ Spotify แต่แอดฟังแต่ Youtube เลยชอบแอปนี้มากกว่า

มันดียังไง เรามาดูข้อดีของ Youtube Music กัน

1. มีทุกอย่างครบ จบในที่เดียว เพราะ YouTube Music มีทั้งเพลง อัลบั้ม มิวสิกวิดีโอ เพลย์ลิสต์ เพลงรีมิกซ์ เพลงคัฟเวอร์และผลงานการแสดงสด
2. แนะนำเพลงที่เหมาะกับผู้ใช้งานแต่ละคน ซึ่งส่วนนี้ทำได้โดยใช้ AI เก็บรวบรวมพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ไว้ ทำให้แนะนำเพลงได้อย่างตรงใจของทุกช่วงเวลา
3. เพลย์ลิสต์หลายพันรายการ ถ้าใครที่นึกไม่ออกว่าอยากเพลงอะไร YouTube Music ก็มีให้เลือกว่าพันเพลย์ลิสต์ไม่ว่าจะเป็น ไทยพอปฮอตฮิต, ไทยร็อกฮอตฮิต หรือลูกทุ่งฮอตฮิต เป็นต้น
4. การค้นหาเพลงแบบอัจฉริยะ หากคุณไม่รู้ว่าเพลงนี้ชื่อเพลงอะไร จำได้แค่เนื้อร้องบางท่อน ก็สามารถใช้เนื้อร้องท่อนนั้นค้นหาเพลงได้เลย ซึ่งจุดนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบของ YouTube Music ที่เป็นบริษัทลูกของ Google นั่นเอง
5. วิดีโอยอดฮิต เพราะว่ามีมิวสิกวิดีโอเปิดตัวใหม่ ๆ อยู่ทุกวัน หากคุณไม่อยากพลาดหรือกลัวคุยกับใครไม่รู้เรื่องฟีเจอร์นี้ก็ช่วยได้มากทีเดียว
6. การสลับไปมาระหว่างวิดีโอและเพลง เรียกว่าเป็นไม้เด็ดของ YouTube Music ที่เรียกเสียงฮืฮฮาได้กลางงานแถลงข่าวเลยทีเดียว จากการที่เปิดเพลงอยู่ดี ๆ ก็สามารถสลับไปยังมิวสิกวิดีโอได้ทันที แถมเพลงยังเล่นต่อเนื่องไม่มีสะดุด!

Youtube Premium มีอะไรเพิ่มเติมจาก Youtube ธรรมดา?

1. ไม่มีโฆษณา อย่างที่บอกเลย หลายๆคนเบื่อกับการต้องมานั่งดูโฆษณา และบางที บางคนเปิด Youtube แล้วไปล้างจาน ก็กะจะนั่งฟังเพลงโปรดที่อยากจะฟัง แต่ติดที่ต้องมานั่งดู โฆษณา ประเด็นหลักๆบางโฆษณา 3นาที 5 นาที บร๊ะเจ้าจะกดข้ามก็กดไม่ได้มือเปื้อนกำลังล้างจาน เลยต้องนั่งดูโฆษณาจนจบ อารมอยากฟังเพลงตอนนั้นหมดไปแล้ว จบกันเลยทีนี้ เพราะฉะนั้น Youtube Premium คือตอบโจทย์ที่สุดแล้วกับเคสนี้

2. ใช้งานได้ขณะอยู่นอกแอป หรือ พักหน้าจอ อันนี้คือลีย์เลยยยย เวลาเรานอนฟังเพลงการเปิดหน้าจอเป็นอัลไลที่เปลืองแบตมว๊ากกกกก หรือบางทีเราขับรถอยู่แล้วแล้วเราต้องเปิดแอปอื่นไปในตัวเช่นแอปแผนที่นำทาง ถ้าใช้แบบไม่ Premium มันไม่สามารถเปิด 2 แอปคู่กันได้ แต่เมื่อเราใช้ หรืออัพเกรดเป็น Premuim แล้ว เราจะสามารถเปิดแอปซ้อนกันได้แล้วยังสามารถฟังเพลงได้อย่างต่อเนื่อง (ถ้าเปิดแอปนำทาง จะมีเสียงนำทางแทรกเพลงมาด้วย อันนี้รับได้ 555+)

3. ดาวน์โหลดเก็บไว้ดูตอนไม่มีเน็ตได้ ในกรณีนี้ที่ต้องดาวน์โหลดลงเครื่อง หลายๆคนอาจจะไม่ทันได้คิดว่าจะใช้ตอนไหน เพราะส่วนใหญ่คนที่ซื้อ Premium จะต้องบอกตัวเองว่า ผมมี Internet เหลือเฟือสำหรับฟังเพลงอยู่แล้ว ไม่ได้ใช้หลอก แต่ แต่ แต่ อย่าเพิ่งคิดเช่นนั้น เพราะ เมื่อเราจะไปในจุดที่อับสัญญาน หรือไม่มีสัญญานอินเตอร์เน็ต การโหลดเพลย์ลิสต์ที่เราชอบไว้ฟังในเวลาที่ไม่มีสัญญานนั้นเป็นอะไรที่ช่วยแก้ขัดได้ดีมากๆๆๆๆๆๆๆ หรืออาจจะโหลดไว้ฟังตอนอยู่บนเครื่องบินนี่สิ แอดใช้บ่อยๆมากๆ

4. สามารถฟังเพลงบางเพลงที่ไม่มีใน Youtube ธรรมดาได้  อันนี้พบเจอกับตัวเอง ประเด็นคือ Youtube Premium หมดแล้วบัตรไม่ตัด เลย ต้องจำใจฟังธรรมดา และคือแบบคนละฟิลลิ่งกันเลย ต้องทนนั่งดูโฆษณา และมันจะมีอยู่ช่วงที่เราจะฟังเพลลิสต์เรา บางเพลงดั้น ไม่ให้เราฟัง เลยได้รู้ว่าบางเพลงก็ฟังได้เฉพาะ Premium เท่านั้น

ทริค*** สมัครในเครื่อง IOS แพงกว่า Androind นะเอออออ

IOS 209บาท/เดือน, Android 159บาท/เดือน (ในกรณีสมัครแบบ 1 user)

YouTube Premium ที่พ่วง YouTube Music มาด้วยนั้นยังมอบประสบการณ์ฟังเพลงให้กับผู้ฟังในรูปแบบวิดีโอ, ไลฟ์คอนเสิร์ต, เพลงรีมิกซ์และคัฟเวอร์ในเวอร์ชั่นต่างๆ ซึ่งถือเป็นอีกข้อได้เปรียบของ YouTube ในตลาดสตรีมมิ่งเพลง จนรายอื่นไม่อาจอยู่เฉยได้ Spotify ต้องเพิ่มการลงทุนในวิดีโอและ Facebook เพิ่งลงนามในข้อตกลงครั้งใหญ่กับค่ายเพลงเพื่อให้ Facebook เป็นอีกแพลตฟอร์มสำหรับคนดู MV อย่างไรก็ตาม รายได้ของทาง Youtube Premium ( 30 ล้าน ) ก็ยังสู้ค่ายยักษ์ใหญ่ซึ่งทำออกมาก่อนอย่าง Spotify (144 ล้าน) และ Apple Music ( 60 ล้าน ) แต่เชื่อว่าในอนาคต Youtube Premium เองจะพัฒนาแล้วแข่งขันกับ ยักษ์ใหญ่ได้อย่างสูสีเหมาะสม เพราะจากแรกเริ่มที่เปิดตัวมา ทางแอปเองก็ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง อาจจะด้วยมีฐานลูกค้าเก่าอยู่ด้วย เลยสามารถพัฒนาได้ไว เชื่อว่าในอนาคตอาจจะเป็นแอปที่ได้รับความนิยม เทียบเท่า Spotify ก็เป็นได้

ก็จบไปแล้วกับการนำเสนอสิ่งดีดี ที่นำมาบอกต่อ ชอบก็กดแชร์คอนเท้นนี้เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนได้นำผลงาน บทความดีดีมาแบ่งปัน อย่างไรก็ตามอย่าลืม งานขายของเรา รับทำเกม ทำแอป และอื่นๆอีกมากมาย  ฝากไว้ด้วยนะขอรับ